หนังดีที่บล็อกเกอร์แนะนำ สุดยอดบล็อกเกอร์ของไทย

The Impossible

The Impossible โดย PatSonic ภาพเหตุการณ์ที่น่าเศร้าและสะเทือนใจบนแผ่นดินบ้านเกิดยังไม่หายไปจากหัวใจคนไทยทุกคน The Impossible จำลองภาพเหตุการณ์ของครอบครัวสเปนครอบครัวหนึ่งที่ประสบภัยจากเหตุสึนามิในประเทศไทยเมื่อปี 2004

สึนามิครั้งที่เราไม่เคยมีประสบการณ์มาก่อนและสุดร้ายแรง ทำให้มีผู้บาดเจ็บและล้มตายเป็นจำนวนสูงเอาการ และความมีน้ำใจเอื้อเฟื้อของคนไทย ก็ทำให้มีหลายคนหยิบเอาไปเล่าสู่กันฟัง ครอบครัวเล็กที่มีพ่อและแม่ของลูกๆ ทั้งสามคน เรื่องราวของการพลัดพรากและการตามหา

นักแสดงทั้งหมดต่างกุมบทบาทที่โดดเด่นของตน และต่างก็ทำได้ดีไร้ที่ติ Ewan McGregor แสดงเป็นชายผู้ซึ่งออกตามหาเมียและลูกโดยได้รับน้ำใจไมตรีจากคนไทย 114 นาทีของหนัง

มีแต่เพียงความเศร้า ซึ้ง สะเทือนใจเอามากๆ และมีรอยยิ้มเจือเข้ามาเพียงเล็กน้อยเท่านั้น หนังไม่ได้บอกกับเราเพียงเรื่องของความรักระหว่างคนในครอบครัว แต่ยังเอ่ยถึงความรักที่เผื่อแผ่ไปถึงคนอื่นๆ ดูหนังออนไลน์

มาเรียผู้เป็นแม่ (ที่แสดงโดย Naomi Watts) ผู้ได้รับความช่วยเหลือจากคนท้องถิ่น เธอก็เผื่อแผ่ไปยังคนที่เข้ามาขอความช่วยเหลือบ้าง และก็ยังสอนให้ลูกเธอทำในสิ่งเดียวกันด้วย

Star Trek: The Wrath of Khan โดย JEDIYUTHStar Trek: The Wrath of Khan ออกฉายปี 1982 และจนถึงวันนี้ที่มีการสร้างหนังชุดนี้มากว่า 12 ภาค มันยังคงติดอันดับหนึ่งในใจของสาวกทุกครั้งเมื่อมีการสำรวจความเห็น

แม้ว่าเทคนิคพิเศษในเรื่องอาจจะดูเชยไปบ้างเมื่อเทียบกับยุคสมัยคอมพิวเตอร์กราฟฟิกที่สร้างทุกอย่างได้สมจริงของยุคนี้ แต่ความสนุก ตื่นเต้น และปรัชญาที่แฝงในหนังยงคงตราตรึง เป็นอมตะ จนทำให้คุณมองข้ามเรื่องเทคนิคพิเศษไปได้เลย

สิ่งที่ Star Trek: The Wrath of Khan ทำสำเร็จและเหนือกว่าทุกภาคก็คือการที่ผสมเรื่องราวการผจญภัยในอวกาศอันไกลโพ้นและน่าพิศวงที่ยังพาเราได้สำรวจความเป็นมนุษย์ในส่วนลึกของตัวเราเองไปพร้อมกัน

ความตื่นเต้นและลุ้นระทึกของฉากปะทะและชิงไหวชิงพริบระหว่างธรรมะกับอธรรม นิยามว่าด้วยมิตรภาพและครอบครัว และปรัชญาว่าด้วยนิยามของสิ่งมีชีวิต

ทั้งหมดนี้ถูกจัดวางอย่างถูกจังหวะและกลมกล่อมกว่าที่จะมีภาคไหนสู้ได้ ไม่เพียงเป็นหนัง Star Trek อันคลาสสิค แต่ยังถือเป็นหนังไซไฟคลาสสิคเรื่องหนึ่งด้วย

The Royal Tenenbaums โดย เทพเจ้าคอนเน็ตโต้ผลงานลำดับที่สามของผู้กำกับสุดติสต์ เวส แอนเดอสัน และเป็นงานที่ทำให้ชื่อเสียงเขาอย่างมากและเริ่มมีลายเซ็นที่ชัดเจนอย่าง มุมกล้องฉาก90องศา โทนสีพาสเทล ตัวละครเด็กหัวขบถ(ผู้ใหญ่ไม่รู้จักโต)

และตัวละครแปลกประหลาด โดย เวส จับเอาพล็อตพื้นฐาน อย่างความบาดหมางในครอบครัวเทนเนบัลม์ มาเป็นแก่นหลักของเรื่อง ลองจินตนาการถึงผู้กำกับคนอื่นมาทำหนังเรื่องนี้ มันคงจะดราม่าและหม่นหมองน่าดู แต่เวส แอนเดอสัน

กลับสามารถทำ The Royal Tenenbaums ได้อย่างขบขันและอบอุ่นหัวใจ มันจึงแปรรูปเป็นหนังฟีลกู๊ด ที่มีองค์ประกอบ แบบเวสๆอยู่เต็มเปี่ยม และคงยังคลาสสิคอยู่เสมอมา

Leave a comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *